25530301

สืบจากบล็อก (คนญี่ปุ่น)

มาเขียนบล็อกอีกแล้ว ช่วงนี้ไฟติด ฮ่าๆๆ
เรื่องมีอยู่ว่าไปอ่านเจอบล็อกคนญี่ปุ่นมา
เจอการใช้คำช่วย に และ で กับกริยาตัวเดียวกันอีกแล้ว
แต่คราวนี้ความหมายน่าจะไม่ต่างกันเหมือนที่เขียนไว้ในบล็อกที่แล้วนะ (คิดว่า)
บล็อกของเค้ามีอยู่ว่า...


通勤電車で座る会社員のブログ

tukinjikan.exblog.jp

朝40分くらい電車に座って通勤する、会社員のブログです

少し早く通勤するようにしました

先日立って通勤し始めたと書きましたが
最近いつもより20分早く通勤しています。


うまく乗りついで、途中駅では座って通勤できる感じです。
そこで思ったのが
「会社に20分早くつくだけで、なんて有意義に時間をすごせるんだろう」ということです。
始発からの電車で座って行くと、
始業時間ぎりぎりにつくことも多かったですが、
20分早くつくことによって、心の余裕ができる。
いいですね。


しかし、家であと20分寝ていたいというのも本音です(笑)


บล็อกนี้สนุกดีนะ เค้าเขียนเรื่องการเดินทางไปทำงานโดยรถไฟ
ในความไม่ค่อยมีอะไร ก็ดูมีอะไรดีๆ เป็นอีกแง่มุมนึงของการเขียนบล็อก


สังเกตได้ว่า ตรงหัวบล็อก เค้าจะใช้คำช่วย に กับกริยา 座る (จริงๆเคยเจอในชีทเรียนครั้งนึงด้วยที่มีการใช้คำช่วย に กับกริยา座る) พอลงมาดูตรงย่อหน้าที่ 2 กลายเป็นใช้คำช่วยで

ทำให้รู้ว่ากริยา 座る ก็ใช้กับ で ได้เหมือนกัน ปกติเวลาจะบอกว่านั่งที่ไหนจะใช้คำช่วย に ตลอดเลย ไม่เคยใช้ で

25530228

กริยาบางตัวทำไมบางครั้งใช้ に บางครั้งใช้ で ??

เกิดความสงสัยว่าทำไมกริยาบางตัว บางทีเจอว่าใช้กับ に บางทีก็ใช้กับ で
เลยลองไปหาข้อมูลดู เค้าอธิบายได้ดีทีเดียว

ในกรณีที่ใช้คำช่วย に และ で เพื่อแสดงสถานที่
จริงๆแล้วมีกริยาบางตัวที่สามารถใช้ได้กับทั้งคำช่วย に และ で
แล้วแต่ความหมายที่เราต้องการจะสื่อ เช่น ลองดูประโยคสองประโยคนี้

- 玄関に花を植える
- 玄関で花を植える

อันนี้ใช้ได้ทั้ง に และ で แต่ว่าความหมายจะแตกต่างกันเลย คือ

ประโยคแรก 玄関に花を植える
จะมีความหมายแฝงว่า หลังจากปลูกแล้ว ดอกไม้ยังคงอยู่ที่บริเวณหน้าประตูบ้าน

ประโยคที่สอง 玄関で花を植える
เน้นการกระทำว่า "ปลูก" ที่บริเวณหน้าประตูบ้าน
ซึ่งไม่จำเป็นว่าหลังจากปลูกเสร็จแล้วต้นไม่จะต้องอยู่ที่หน้าประตูบ้าน

จะแสดงสถานที่เดี๋ยวกัน แต่พอใช้คำช่วย に หรือ で
ความหมายก็ต่างกันเลยนะเนี่ย

นอกจากนี้ ยังมีตัวอย่างอื่นๆ ที่น่าสนใจ
เกี่ยวกับการใช้ คำช่วย に และ で กับกริยาตัวเดียวกันแต่เน้นความหมายคนละอย่าง เช่น

- 河原に石を投げる。
เน้นว่าจุดที่ปาหินไปคือ 河原 ซึ่งหินต้องไปตกอยู่ตรงที่นั้นแน่ๆ
- 河原で石を投げる。
เน้นสถานที่ที่เกิดการกระทำ "ปา" คือที่ 河原
แต่ว่าบอกไม่ได้แน่นอนว่าหินจะไปตกที่ใด

- 田舎に暮らす。
แสดงถึงสถานที่ที่ใช้ชีวิตอยู่คือ 田舎
- 田舎で暮らす。
แสดงถึงการดำเนิน "การกระทำ" ที่เป็นการใช้ชีวิตเกิดขึ้นที่ 田舎

แล้วก็มีกริยาบางตัวที่สามารถใช้ได้ทั้งกับคำช่วย に และ で อีก เช่น
「生まれる」「育つ」「消える」


อ้างอิง : http://qizi.boo.jp/_nihon/_nihongo_2.htm
http://detail.chiebukuro.yahoo.co.jp/qa/question_detail/q1416002324

25530226

คำช่วย に で กับกริยา 始まる 終わる

ปกติกับกริยา 始まる 終わる จะใช้คำช่วย に ตลอด
เพราะ่ว่าเป็นการแสดงจุดของเวลา เช่น 4時に始まる 4時に終わる
ไปอ่านเจอในเว็บของคนญี่ปุ่น มีคนมาตั้งคำถาม
เกี่ยวกับการใช้คำช่วย で กับกริยา 始まる 終わる
ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าใช้ で กับ 終わる ได้ด้วย อะไรเนี่ย????
มาดูกันว่าคนที่ตั้งคำถามเค้าสงสัยว่าอะไร

เค้าอธิบายถึงความเข้าใจของเค้าก่อนว่า
คำช่วย に สามารถใช้ได้กับทั้งกริยา 始まる 終わる
คำช่วย で สามารถใช้ได้กับ 終わる แต่ใช้กับ 始まる ไม่ได้
เค้าก็สงสัยว่าทำไมใช้ไม่ได้กันนะ??

แล้วก็มีคนมาตอบ แล้วก็ยกตัวอย่างมา คำตอบก็คือว่า ดังนี้
「4時に終わる。」『に』ในประโยคนี้แสดง 'จุดของเวลาที่จบ'
「4時で終わる。」『で』ในประโยคนี้แสดง 'ขีดจำกัดของสิ่งที่ดำเนินมาต่อเนื่อง'
「4時に始まる。」『に』ในประโยคนี้แสดง 'จุดของเวลาที่เริ่ม'
「4時で始まる。」 『始まる』ใช้กับ『で』ไม่ได้
เนื่องจากคำช่วย で ไม่สามารถแสดงขีดจำกัดของสิ่งที่ดำเนินมาต่อเนื่อง

เพิ่งรู้จริงๆนะว่า で ใช้กับ 終わる ได้ ฮ่าๆๆ


อ้างอิง : http://nhg.pro.tok2.com/qa/joshi-17.htm

จุดที่ตนเองมักสับสนในการใช้คำช่วย に และ で

คำช่วย に และ で สามารถใช้ได้ในหลายๆกรณีแตกต่างกันไป

จุดที่เหมือนกันคือสามารถใช้แปลว่า “ที่”

ในการแสดงตำแหน่งของสถานที่ได้เช่นเดียวกัน
ซึ่งจุดที่ผิดบ่อยก็คือจุดนี้นี่เอง คือ จะสับสนว่า “ที่” ในกรณีใดจะใช้
に หรือ กรณีใดจะใช้で


คำช่วย にจะใช้แสดงตำแหน่งที่ตั้งหรือวางไว้หลังสถานที่ที่ไม่ได้เป็นกริยาเกี่ยวกับการกระทำ (ไม่มี action)

ใช้ชี้สถานที่ที่มีผลของการกระทำปรากฏอยู่

แต่คำช่วย で จะใช้แสดงสถานที่ที่มี “การกระทํา” นั้นๆว่าเกิดขึ้นที่ไหน

บางทีเหมือนจะรู้ว่า อันนี้ไม่ได้เป็น action อันนี้เป็น action

แต่ก็ยังคงงงใช้คำช่วยสองตัวนี้สับสนกันอยู่ดี - -

25530203

「~で止める」「~に止める」

学校の前で車を止めることに注意

毎朝、トリアムウドムスクサー校とサーテイツトプラトウムワン校の前に、
車が何十台も止まっています。それは両親が子供を学校まで送っているからなのです。
両親は子供を送るためには、学校の前で車を止めるのが便利だ思っているかもしれません。

อันนี้คือ เรียงความที่เคยเขียนไปเมื่อเทอมที่แล้ว
และเป็นแรงบันดาลใจในการทำ Portfolio หัวข้อนี้ด้วยล่ะ

ไปอ่านเจอในเว็บสอนภาษาญี่ปุ่นของ ดร.ปรียา
มีคนตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับ 「~で止める」และ「~に止める」
ว่าทำไมบางครั้งใช้ で บางครั้งใช้ に
ตัวอย่างประโยคเช่น

1. あの花屋の前で車を止めてください。และ
2. ここに車を止めてはいけません。

กริยาตัวเดียวกันทำไมถึงใช้ทั้ง で และ に ???

1. あの花屋の前で車を止めてください。
ในข้อนี้ ความหมายของประโยคเป็นลักษณะการจอดหรือหยุดรถแบบชั่วคราว
เช่น การบอกให้รถแท็กซี่จอด(ชั่วคราว) เช่น เพื่อขึ้นหรือลงรถ
จึงใช้คำช่วย で เพราะเกิดการกระทำคือกริยาจอดหรือหยุดรถ
ณ สถานที่หนึ่งๆ แล้วไปต่อ
เราจะเห็นการที่คนขับแสดงการขับรถเพื่อจะไปจอด
คือมีการแสดงออก และมีอาการท่าทางที่เห็นได้ จึงใช้
あの花屋の前で車を止めてください。

2. ここに車を止めてはいけません。
ในกรณีนี้止める หมายถึงจอดรถทิ้งไว้เป็นระยะเวลานาน
เช่น การจอดรถทิ้งไว้ริมถนนหรือในลานจอดรถ
ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับคำกริยา เช่น 置く(วาง), 座る (นั่ง) จึงใช้คำช่วย に
โดยผู้พูดต้องการพูดบ่งที่จุด หรือตำแหน่ง กับอีกฝ่ายที่เอารถมาจอดทิ้งไว้
ว่า ตรงนี้ หรือ สถานที่ตรงจุดนี้ ห้ามจอด

เพราะฉะนั้น ในประโยคที่เคยเขีียนผิดไปว่า

学校の前で車を止めることに注意 กับ
学校の前で車を止めるのが便利だ思っているかもしれません。

ก็จะต้องแก้เป็น

学校の前に車を止めることに注意 และ

学校の前に車を止めるのが便利だ思っているかもしれません。


เพราะว่าเป็นการระบุตำแหน่งว่า จอดรถที่สถานที่นี้ที่หน้าโรงเรียนนี้


อ้างอิง : http://japaneseisfun.com/bbs/viewthread.php?tid=398&extra=page%3D1

25530124

タスク6 志望理由書

หลังจากแก้งาน 志望理由書 ครั้งที่3 เัสร็จแล้วก็เลยมาอัพบล็อกซะหน่อย

หลังจากได้ทำ Task นี้ ได้อะไรเยอะมากมายจริงๆ
ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าชอบวิธีการสอนแบบนี้ของอาจารย์มาก
คือให้ลองเขียนดูเองก่อน แล้วก็ค่อยๆปรับ ค่อยๆแก้ ด้วยตัวเองทีละจุด
เรียนแบบนี้ทำให้จำขึ้นใจดี :)
อ๋อ แล้วก็ได้ดูตัวอย่างของคนอื่นๆด้วย
ทำให้ได้รู้ว่าส่วนที่ดีของเขาที่เราควรจะเอามาใช้คืออะไร
หรือส่วนที่ไม่ดีีของเขาคืออะไร สามารถเอามาปรับใช้ได้

จากที่ได้ลองเขียนเองและดูตัวอย่างมากมาย
ก็ได้เคล็ดลับการเขียน 志望理由書 เยอะมาก เช่น

♥ ตอนที่แนะนำตัวเองใน 段落 แรก ไม่ต้องอธิบายอะไรยืดยาว
ควรเขียนสิ่งที่ตรงประเด็นและสำคัญ เช่น
ได้เรียนอะไรเกี่ยวกับภาษาญี่ปุ่นมาบ้าง หรือ ผ่านสอบวัดระดับอะไรมาแล้ว

♥ ใน 段落 2 ต้องอธิบายให้ชัดเจนและละเอียดว่าเราอยากเรียนอะไร
แล้วก็ไม่ควรใช้สำนวนหรือคำที่เป็นการประเมิน
หรือคำที่ไม่ได้แสดงการอธิบายที่เพียงพอ

♥ ใน 段落 3 ไม่ควรเขียนความฝันระดับประเทศหรืออะไรที่ยิ่งใหญ่เกินไป
หรือเขียนอะไรที่ไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เรียนมา

♥ ต้องใช้คำและสำนวนที่เป็น 書き言葉 !!

นอกจากนี้ยังได้เรียนรู้รูปประโยคต่างๆที่ควรใช้ด้วย
หลังจากที่ได้เขียนถึงครั้งที่สามแล้วก็ู้สึกว่าพัฒนาขึ้น
ครั้งที่สามนี่จะเขียนได้ละเอียดมากที่สุด
ทั้งตรงที่อยากไปเรียนเกี่ยวกับอะไร แล้วก็ตรงแนะนำตัว
(ตอนเขียนครั้งแรกลืมเขียนชื่อกับแนะนำตัวด้วย ฮ่าๆๆ)
แต่ไม่รู้ว่าจะผิดอะไรบ้าง เหอๆ ต้องรออาจารย์ตรวจ
ตอนที่จะต้องส่ง Study plan ให้ Soka University
Task นี้คงมีประโยชน์มากมายเลยทีเดียวเชียว :)

สุดท้าย ชอบประโยคนี้มาก อธิบายความเป็น 志望理由書 ได้ดี
志望理由書 とは、「勉強させてください」という気持ちを伝えるもの

25530115

ขอบคุณ หรือ ขอโทษ?

เรื่องที่จะอัพวันนี้จริงๆไม่ค่อยมีความเกี่ยวข้องอะไรเท่าไหร่ ฮ่าๆๆ
คือว่าเมื่อวันก่อน พยายามรีบวิ่งให้ทันลิฟท์ที่คณะ
แล้วก็ทันจริงๆด้วย ฮ่าๆ พอเข้าไปก็ูพูดว่า "ขอโทษค่ะ"
แล้วก็คิดขึ้นมาว่า เอ๊ะ พูดเหมือนคนญี่ปุ่นเลยแฮะ
เพราะในสถานะการณ์นี้คนไทยส่วนใหญ่มักจะพูดว่า "ขอบคุณค่ะ/ครับ"
อย่างคนญี่ปุ่น คนที่เข้าลิฟท์มาทีหลังก็มักจะพูดว่า "すみません"
ตอนที่ไปญี่ปุ่นนี่ไม่คุ้นเลยที่ต้องพูด すみません
แต่อยู่ไปๆก็ชินเอง แล้วพอกลับมาไทย
เวลาขึ้นลิฟท์ก็มักจะพูด "ขอบคุณค่ะ" เหมือนเดิม
อันนี้คิดได้สองแง่เนอะ
"ขอบคุณ" ที่เค้ารอเรา อุตส่าห์กดลิฟท์ให้ด้วย
"ขอโทษ" ที่เราทำให้เค้าลำบาก ต้องมารอเรา ทำให้ลิฟท์ไปช้า
แค่นี้ีคนไทยกับญี่ปุ่นก็คิดต่างกันแล้ว